ย้อนกลับ
ปลัดกระทรวงกลาโหม ให้การต้อนรับ เอกอัครราชทูตอาเซอร์ไบจานประจำประเทศไทย
เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา พลเอก ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม ให้การต้อนรับ นาย Elchin Ragub oglu Bashirov (เอลชิน รากุบ โอกลู บาชีรอฟ) เอกอัครราชทูตอาเซอร์ไบจานประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมคำนับเพื่อแนะนำตัวและหารือข้อราชการ ณ ห้องพระบารมีปกเกล้า ในศาลาว่าการกลาโหม
การหารือในครั้งนี้ มุ่งเน้นการส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงและการทหาร รวมทั้งด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างขีดความสามารถของกองทัพ ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมด้านความมั่นคงของประเทศให้มีความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้มากยิ่งขึ้น
โอกาสนี้ ปลัดกระทรวงกลาโหมได้แสดงความยินดีต่อการดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตอาเซอร์ไบจานประจำประเทศไทยเป็นคนแรก ซึ่งนับเป็นหมุดหมายสำคัญทางประวัติศาสตร์ของความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ และเป็นปัจจัยเอื้อต่อการขับเคลื่อนความร่วมมือในทุกมิติให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
ตลอดระยะเวลา ๓๔ ปีของความสัมพันธ์ทางการทูตของทั้งสองประเทศ ถือว่ามีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้จากการเปิดสถานเอกอัครราชทูตอาเซอร์ไบจานประจำประเทศไทย และการจัดตั้งกลไกการประชุมปรึกษาหารือทางการเมืองระหว่างกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองประเทศ จะเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
อาเซอร์ไบจานมีประสบการด้านการเก็บกู้ทุ่นระเบิด จึงมีความยินดีต่อข้อริเริ่มในการพัฒนาความร่วมมือระหว่างศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติของทั้งสองประเทศ เพื่อจะได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานของทั้งสองหน่วยงาน ตลอดจนการให้ความรู้แก่ประชาชนถึงอันตรายของทุ่นระเบิดในพื้นที่ปนเปื้อน
ปลัดกระทรวงกลาโหมได้ชื่นชมพัฒนาการด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของอาเซอร์ไบจานที่มีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และเป็นที่ยอมรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เทคโนโลยีโดรนและต่อต้านโดรน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อไทยในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่ดี เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อุปทานด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศระหว่างกัน นอกจากนี้ อาเซอร์ไบจานมีขีดความสามารถในการผลิตทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่มีศักยภาพสูง กห. จึงมีความยินดีที่จะแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ รวมทั้งความร่วมมือในด้านการฝึกอบรมระหว่างกัน
ทั้งสองประเทศ ต่างเชิญอีกประเทศให้เข้าร่วมงานนิทรรศการอุปกรณ์ป้องกันประเทศ โดยอาเซอร์ไบจาน จัดงานฯ ในช่วง ก.ย. - ต.ค.๖๙ ส่วน กห. เป็นเจ้าภาพจัดงานฯ ระหว่าง ๘ - ๑๑ พ.ย.๗๐ ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมยืนยันความพร้อมในการทำงานร่วมกับกระทรวงกลาโหมอาเซอร์ไบจาน เพื่อสานต่อและพัฒนาความร่วมมือด้านการทหารและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้เกิดผลเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างศักยภาพของกองทัพไทย และสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืนให้กับประเทศต่อไป
การหารือในครั้งนี้ มุ่งเน้นการส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงและการทหาร รวมทั้งด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างขีดความสามารถของกองทัพ ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมด้านความมั่นคงของประเทศให้มีความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้มากยิ่งขึ้น
โอกาสนี้ ปลัดกระทรวงกลาโหมได้แสดงความยินดีต่อการดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตอาเซอร์ไบจานประจำประเทศไทยเป็นคนแรก ซึ่งนับเป็นหมุดหมายสำคัญทางประวัติศาสตร์ของความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ และเป็นปัจจัยเอื้อต่อการขับเคลื่อนความร่วมมือในทุกมิติให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
ตลอดระยะเวลา ๓๔ ปีของความสัมพันธ์ทางการทูตของทั้งสองประเทศ ถือว่ามีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้จากการเปิดสถานเอกอัครราชทูตอาเซอร์ไบจานประจำประเทศไทย และการจัดตั้งกลไกการประชุมปรึกษาหารือทางการเมืองระหว่างกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองประเทศ จะเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
อาเซอร์ไบจานมีประสบการด้านการเก็บกู้ทุ่นระเบิด จึงมีความยินดีต่อข้อริเริ่มในการพัฒนาความร่วมมือระหว่างศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติของทั้งสองประเทศ เพื่อจะได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานของทั้งสองหน่วยงาน ตลอดจนการให้ความรู้แก่ประชาชนถึงอันตรายของทุ่นระเบิดในพื้นที่ปนเปื้อน
ปลัดกระทรวงกลาโหมได้ชื่นชมพัฒนาการด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของอาเซอร์ไบจานที่มีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และเป็นที่ยอมรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เทคโนโลยีโดรนและต่อต้านโดรน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อไทยในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่ดี เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อุปทานด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศระหว่างกัน นอกจากนี้ อาเซอร์ไบจานมีขีดความสามารถในการผลิตทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่มีศักยภาพสูง กห. จึงมีความยินดีที่จะแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ รวมทั้งความร่วมมือในด้านการฝึกอบรมระหว่างกัน
ทั้งสองประเทศ ต่างเชิญอีกประเทศให้เข้าร่วมงานนิทรรศการอุปกรณ์ป้องกันประเทศ โดยอาเซอร์ไบจาน จัดงานฯ ในช่วง ก.ย. - ต.ค.๖๙ ส่วน กห. เป็นเจ้าภาพจัดงานฯ ระหว่าง ๘ - ๑๑ พ.ย.๗๐ ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมยืนยันความพร้อมในการทำงานร่วมกับกระทรวงกลาโหมอาเซอร์ไบจาน เพื่อสานต่อและพัฒนาความร่วมมือด้านการทหารและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้เกิดผลเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างศักยภาพของกองทัพไทย และสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืนให้กับประเทศต่อไป